หากแบ่งตาม “แหล่งที่มาและคุณภาพ” ซึ่งเป็นสิ่งที่คนใช้รถมักจะต้องเลือกเวลาไปอู่หรือร้านอะไหล่ จะสามารถแบ่งออกได้เป็น 5 ชนิดหลักๆ ดังนี้
1. อะไหล่แท้เบิกศูนย์ (Genuine Parts)
คืออะไหล่ที่ผลิตโดยบริษัทรถยนต์นั้นๆ หรือโรงงานที่บริษัทรถยนต์จ้างผลิตโดยตรง (OEM)
-
จุดเด่น: มีโลโก้หรือตรายี่ห้อของรถยนต์นั้นประทับอยู่ (เช่น ตีตรา Toyota, Honda) คุณภาพสูงที่สุด ได้มาตรฐาน 100% พอดีเป๊ะกับตัวรถ และมีการรับประกันจากศูนย์บริการ
-
ข้อจำกัด: ราคาสูงที่สุดเมื่อเทียบกับอะไหล่ชนิดอื่น
2. อะไหล่เทียบ หรือ อะไหล่ OEM (Aftermarket / OEM Parts)
คืออะไหล่ที่ผลิตโดยโรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ (หลายแห่งคือโรงงานเดียวกับที่รับจ้างผลิตอะไหล่แท้ให้บริษัทรถยนต์) แต่นำมาจัดจำหน่ายเองภายใต้แบรนด์ของตัวเอง เช่น Denso, Aisin, Bosch, Tokico เป็นต้น
-
จุดเด่น: คุณภาพดีเทียบเท่าหรือใกล้เคียงอะไหล่แท้มาก แต่ราคาถูกกว่าประมาณ 20-40%
-
ข้อจำกัด: อาจไม่มีครบทุกชิ้นส่วนของรถ ส่วนใหญ่มักเป็นอะไหล่ที่ต้องเปลี่ยนตามระยะ เช่น ไส้กรอง ผ้าเบรก โช้คอัพ หรือหัวเทียน
3. อะไหล่เทียม (Replacement Parts)
คืออะไหล่ที่ผลิตโดยโรงงานทั่วไปที่ไม่ได้ผลิตให้บริษัทรถยนต์ ทำขึ้นมาเพื่อใช้ทดแทนอะไหล่เดิม
-
จุดเด่น: ราคาถูกที่สุด หาซื้อง่ายตามร้านอะไหล่ทั่วไป
-
ข้อจำกัด: คุณภาพ วัสดุ และความทนทานเป็นรองอะไหล่แท้และอะไหล่เทียบค่อนข้างมาก อายุการใช้งานมักจะสั้นกว่า และบางครั้งอาจติดตั้งแล้วไม่พอดี 100%
4. อะไหล่มือสอง หรือ อะไหล่เชียงกง (Used Parts)
คืออะไหล่ที่ถูกถอดมาจากรถที่เกิดอุบัติเหตุ รถที่หมดอายุการใช้งาน หรือรถที่นำเข้าชิ้นส่วนมาจากต่างประเทศ (เช่น ญี่ปุ่น)
-
จุดเด่น: ได้ของแท้ติดรถในราคาที่ถูกมาก เหมาะสำหรับชิ้นส่วนที่มีราคาแพงมากๆ เช่น เครื่องยนต์ เกียร์ หรืออะไหล่ตัวถัง (ประตู กระโปรงหน้า)
-
ข้อจำกัด: สภาพการใช้งานไม่แน่นอน ต้องอาศัยความชำนาญในการเลือกดูสภาพ และมักมีการรับประกันที่สั้นมาก (7-15 วัน)
5. อะไหล่บิ้วท์ (Rebuilt / Remanufactured Parts)
คือการนำอะไหล่ที่เสียแล้ว (เช่น ไดชาร์จ ไดสตาร์ท แร็คพวงมาลัย คอมเพรสเซอร์แอร์) มาซ่อมแซม ทำความสะอาด และเปลี่ยนชิ้นส่วนภายในที่สึกหรอให้กลับมาใช้งานได้ใหม่
-
จุดเด่น: ราคาถูกกว่าซื้อของใหม่มาก และคุณภาพดีกว่าการเสี่ยงซื้อของมือสองที่ยังไม่ผ่านการตรวจเช็ก เพราะมีการซ่อมบำรุงและรับประกันจากร้านที่รับทำ
-
ข้อจำกัด: คุณภาพขึ้นอยู่กับฝีมือของช่างหรือร้านที่ทำการบิ้วท์อะไหล่ชิ้นนั้นๆ
เกร็ดความรู้: นอกจากแบ่งตามคุณภาพแล้ว อะไหล่ยังถูกแบ่งตาม “ระบบของรถยนต์” ด้วย เช่น อะไหล่เครื่องยนต์, อะไหล่ช่วงล่าง, อะไหล่ระบบไฟฟ้า, อะไหล่ตัวถัง และอะไหล่สิ้นเปลือง (ของเหลว ฟิลเตอร์ต่างๆ)

